ก่อนจะไป เรียนรู้ วิธีการจับไม้ปิงปอง เพื่อน ๆ ต้องรู้จักการแทงปิงปองก่อนว่าคืออะไร แล้วเป็นอย่างไร วันนี้ทางเราจึงได้นำข้อมูลต่าง ๆ มาอธิบายให้เพื่อน ๆ ได้รู้จัก Sport Betting ชนิดนี้มากยิ่งขึ้น เทเบิลเทนนิสนั้นนับว่าเป็นกีฬายอดนิยม เพราะมีสอนกันในวิชาพลศึกษาเมื่อตอนวัยเรียน ทุกคนมักจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยการใช้ไม้ตีโต้กันไปมา หากฝั่งไหนตีไม้ข้ามตาข่ายก็จะถือว่าเสียแต้มไปทันที ฉะนั้นเราจึงได้นำกีฬาชนิดนี้มาอยู่ในรูปแบบของพนันออนไลน์ ต้องบอกว่าสามารถลงได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อน ๆ สามารถพบกับความสนุก แถมลุ้นรับโชคได้ทุกวัน

กติกาเบื้องต้นสำหรับ วิธีการจับไม้ปิงปอง

กติกาเบื้องต้น วิธีการจับไม้ปิงปอง
หากฝั่งไหนทำแต้มได้ถึง 11 แต้มก่อน ก็จะเป็นฝ่ายชนะในเซตนั้นทันที

สมัครสมาชิกกับทาง ยูฟ่าเบท เพื่อเข้าใช้บริการลงเดิมพันหาผลแพ้-ชนะ ส่วนกติกาก็ง่าย ๆ เลย หากฝั่งไหนทำแต้มได้ถึง 11 แต้มก่อน ก็จะเป็นฝ่ายชนะในเซตนั้นทันที และทำได้ครบ 3 เซต หรือ 4 เซต ตามที่รายการแข่งขันนั้น ๆได้กำหนดไว้ก็จะเป็นผู้ชนะในแมตช์นั้นไปทันที

เรียนรู้เทคนิคขั้นพื้นฐานของเทเบิลเทนนิส

วิธีการจับไม้ปิงปอง แบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน ดังนี้

  • แบบสากล (SHAKE HAND)

ถือเป็นที่นิยมกันทั่วโลก วิธีการจับไม้ปิงปอง ลักษณะนี้เหมาะสำหรับนักกีฬาถนัดทั้งในด้านโฟร์แฮนด์ Fore hand (หน้ามือ) และด้านแบ๊คแฮนด์ Back hand (หลังมือ) รวมทั้งสามารถผสมลูกเล่นต่าง ๆ ลงไปได้อีกด้วย แต่ SHAKE HAND ก็มีจุดอ่อนอยู่กลางลำตัว เพราะเมื่อคู่ต่อสู้ตีเข้ากลางตัว หากฝึกมาไม่ดีจะทำให้ตัดสินใจได้ยากว่าจะใช้ด้านใดในการตีลูก

วิธีการจับไม้ปิงปอง มีกี่ประเภท
เรียนรู้เทคนิคขั้นพื้นฐานของเทเบิลเทนนิส และวิธีการจับไม้ปิงปองทั้ง 2 ประเภท
  • แบบจีน CHINESE STYLE

ลักษณะนี้นิยมอย่างมากในหมู่นักกีฬาแถบทวีปเอเชีย ได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี สำหรับท่านใดเลือกใช้วิธีนี้จะถนัดโฟร์แฮนด์เป็นพิเศษ อีกทั้งจะต้องเคลื่อนไหวรวดเร็ว แต่ CHINESE STYLE มีจุดอ่อนอยู่ตรงด้าน Back hand เพราะไม่สามารถใช้ TOP SPIN ได้สะดวก แต่ปัจจุบันนี้ประเทศจีนได้คิดค้นวิธีตีแบบใหม่ นั้นก็คือ ใช้ด้านหลังมือตีลูก TOP SPIN วิธีนี้สามารถตีลูกตบได้ดี นับเป็นอาวุธใหม่ไว้ปราบเซียน SHAKE HAND โดยเฉพาะ

ข้อดี และ ข้อเสียของ วิธีการจับไม้ปิงปอง

ข้อดี ของ SHAKE HAND

  • สามารถควบคุมลูกกว้างกว่าในแบบต่าง ๆ เช่น Top Spin, Back Spin, หรือ Side Spin
  • ไม่ต้องฝืนธรรมชาติเพื่อปรับเปลี่ยนมือ สามารถตีลูกต่าง ๆ ได้อย่างเป็นไปตามธรรมชาติ

ข้อเสีย ของ SHAKE HAND

  • เปลี่ยนไม้อาจจะไม่สะดวก เช่น จะเปลี่ยนจากตีลูกหลังมือ มาเป็นหน้ามืออาจจะเสียเวลาเพราะไม่คล่องตัว
  • มักเป็นจุดอ่อนให้คู่ต่อสู้ทำการตีลูกเข้ากลางลำตัวได้

ข้อดี ของ CHINESE STYLE

  • เหมาะกับตีลูกแบบ Fore hand
  • เหมาะกับผู้เล่นสไตล์รุก เพราะเคลื่อนไหวและโต้ตอบได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถตบลูกได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ
  • สามารถเปลี่ยนไม้ได้อย่างคล่องตัว เมื่อเทียบกับแบบ Shake Hand
  • มียุทธวิธีตีลูกได้รุนแรง และ หลากหลายกว่ามาก

ข้อเสีย ของ CHINESE STYLE

  • มีจุดอ่อนในการตีลูกแบบ Back hand หรือ Top Spin
  • ไม่เหมาะกับผู้มีสไตล์รับเป็นส่วนใหญ่

รูปแบบวางเงินของเทเบิลเทนนิส

หลังจากได้ศึกษา วิธีการจับไม้ปิงปอง แล้ว ข้อมูลเหล่านั้นจะสามารถบอกถึงรูปแบบการวางเดิมพันได้อย่างละเอียด วันนี้เราจะมาแนะนำการวางเงินทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน ดังนี้

รูปแบบการวางเงิน วิธีการจับไม้ปิงปอง
วันนี้เราจะมาแนะนำการวางเงินอย่างละเอียดทั้ง 5 รูปแบบด้วยกัน
  1. HDP (แฮนดิแคป): คือ หาผลแพ้ชนะเท่านั้น โดยมีราคาต่อรองตามกำหนดไว้ให้
  2. MONEY LINE (มันนี่ไลน์) คือ ทายผลผู้แพ้ชนะ โดยไม่มีราคาต่อรอง
  3. O/U (สูง/ต่ำ) คือ ทายผลสกอร์รวมทั้ง 2 ทีม ว่าจะมีคะแนนที่ออกมาสูงหรือต่ำ
  4. O/E (คู่/คี่): คือ ทายผลสกอร์รวมทั้ง 2 ทีม ว่าจะมีคะแนนออกมาเป็นคู่หรือคี่
  5. เอาท์ไรท์: คือ ทายผลหาผู้ชนะเลิศในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ นั้นๆ

การเตรียมตัวก่อนลงเดิมพันเพื่อลดโอกาสเสียเปรียบ

การเตรียมตัวก่อนลงเดิมพัน
ในการแข่งขันเป็นแบบประเภทเดี่ยว และคู่เท่านั้น จึงทำให้ง่ายต่อการวิเคราะห์

Table Tennis Betting กีฬาประเภทนี้วางเงินง่ายมากสุดในบรรดา Sport Betting ทุกชนิด รวมไปถึงยังสามารถวิเคราะห์ วิธีการจับไม้ปิงปอง หรือคาดเดาผลได้อย่างง่ายดาย เพราะในการแข่งขันเป็นแบบประเภทเดี่ยว และคู่เท่านั้น จึงทำให้ง่ายต่อการวิเคราะห์สามารถสร้างรายได้ไปกับนักพนันได้เป็นอย่างดี มีโอกาสสร้างกำไรได้สูงกว่าชนิดอื่น

Leave a Reply

Your email address will not be published.