ราชธานีแห่งแรกตามประวัติศาสตร์ของชาติไทย คือ อาณาจักรสุโขทัย ปัจจุบันอยู่ในภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบนของประเทศไทย เป็นอาณาจักรที่มี การเมือง สังคมและวัฒนธรรม ที่โดดเด่นมากในช่วงยุคสมัยนั้น และปรากฎตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเมืองต่าง ๆ ในสมัยนั้น เช่น ล้านนา พุกาม เขมร เป็นต้น วันนี้เราจะมาพูดถึงการกำเนิดอาณาจักรสุโขทัยตามหลักวิชาการและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

แผนที่อาณาจักรสุโขทัย
ที่ตั้งของอาณาจักรสุโขทัย

ลักษณะที่ตั้งของอาณาจักรสุโขทัย

บริเวณที่ราบตอนล่างของลุ่มแม่น้ำยม ปิง น่าน ที่ราบลุ่มแม่น้ำเมย และที่ราบตอนบนของ แม่น้ำป่าสัก เคยเป็นอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งเจริญรุ่งเรืองอยู่ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 19 – 21  บริเวณดังกล่าวนี้อยู่ระหว่างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และเจริญมาก่อน นั่นคืออาณาจักรพุกามทางด้านตะวันตกและอาณาจักรเขมร ในด้านตะวันออก

โบราณสถานอาณาจักรสุโขทัย
โบราณสถานอาณาจักรสุโขทัย

ก่อนกำเนิดอาณาจักรสุโขทัยซึ่งมีทั้งศิลาจารึกและโบราณสถานมากมาย เป็นเครื่องสนับสนุนความเป็นแว่นแคว้นที่ปรากฏขึ้นเมื่อราวกลางพุทธศตวรรษที่ 18 นั้น ดินแดนสุโขทัยเคยมีผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์แล้ว เมื่อได้ศึกษาย้อนเวลาขึ้นไปอีกจากหลักฐานทางโบราณคดี ซึ่งพบเครื่องมือหินที่เขาเขน เขากา อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย หรือแม้กระทั่งการพบโครงกระดูกมนุษย์ที่บ้านบึงหญ้า อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ได้พบเครื่องมือหินที่สัมพันธ์กับชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในแถบประเทศกัมพูชา ลาว และเวียดนาม

หลักฐานการติดต่อกับดินแดนภายนอก

ชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์เหล่านี้ อาจอยู่ต่อเนื่องกันและตั้งเป็นบ้านเมืองขึ้นในเวลาต่อมา จนกระทั่งถึงประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา อาณาจักรสุโขทัยได้มีการติดต่อกับดินแดนอื่นแถบบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรมแบบทวารวดีโดยได้พบโบราณวัตถุที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันได้แก่ การค้นพบลูกปัด เครื่องมือเครื่องใช้เหล็ก สำริด เหรียญเงินที่มีรูปพระอาทิตย์ รวมทั้งหลักฐานโครงกระดูกมนุษย์ที่วัดชมชื่น ในเขตเมืองเก่าศรีสัชนาลัย ซึ่งมีแท่งดินเผามีลวดลายปรากฏร่วมด้วย

เหรียญเงินรูปพระอาทิตย์
เหรียญเงินรูปพระอาทิตย์พบที่อาณาจักรสุโขทัย

การเข้ามาของวัฒนธรรมเขมร

การค้นพบโบราณสถานในศิลปะเขมรตั้งอยู่บนภูเขาเตี้ย ๆ ลูกหนึ่ง ในแถบบ้านนาเชิง อำเภอคีรีมาศ เรียกตามปากชาวบ้านว่าปรางค์ปู่จานั้น เป็นหลักฐานการเข้ามาของวัฒนธรรมเขมรโบราณที่สำคัญ แต่การกำหนดอายุให้แน่นอนทำได้ลำบาก เนื่องจากลักษณะสำคัญได้ชำรุดสูญหายไปเป็นอันมาก อย่างไรก็ดีหากคิดว่าวัฒนธรรมเขมรผ่านเข้ามาทางเมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ แสดงว่าดินแดนที่ต่อมาเป็นแคว้นสุโขทัยนี้ได้เคยมีการติดต่อกับอาณาจักรเขมรโบราณมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 แล้วก็ได้

การแผ่กระจายของวัฒนธรรมเขมรปรากฏเป็นระยะต่อเนื่องเรื่อยมา นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 17 จนถึงพุทธศตวรรษที่ 18 หลักฐานโบราณสถานที่เด่นชัดได้แก่ ศาลตาผาแดง ในเขตเมืองเก่าสุโขทัย เป็นโบราณสถานร่วมสมัยกับสมัยบายน ในศิลปะเขมร เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 18 และดูเหมือนว่านี่เป็นพัฒนาการของเมืองในวัฒนธรรมเขมรในบริเวณที่ราบเชิงเขาประทักษ์เป็นครั้งแรก

โบราณสถานศาลตาผาแดง
หลักฐานโบราณสถาน ณ อาณาจักรสุโขทัย

สถาปัตยกรรมศิลปะเขมรที่พบในประเทศไทย

ราวพุทธศตวรรษที่ 18 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในอาณาจักรเขมร เมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายานและถือเป็นศาสนาหลักในราชอาณาจักรของพระองค์ การสร้างศาสนสถานซึ่งแต่เดิมประดิษฐานรูปเคารพในศาสนาฮินดู เริ่มเปลี่ยนแปลงไป มีการนำเรื่องราวทางพุทธศาสนามาประดับสถาปัตยกรรมและใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแทน ลักษณะดังกล่าวนี้ยังปรากฏตามศาสนสถานในศิลปะเขมรที่พบในประเทศไทย ที่สร้างขึ้นในระยะเวลาเดียวกันหลายแห่ง ตัวอย่างเช่น ที่ปรางค์สามยอดกับปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุที่จังหวัดลพบุรี และที่ปราสาทวัดพระพายหลวงเมืองเก่าสุโขทัย เป็นต้น

ปรางค์สามยอด
ปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี

อาณาจักรสุโขทัยของกลุ่มชน

ชุมชนที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเขมรแถบสุโขทัยยังคงอยู่สืบต่อกันมา เรื่องราวการตั้งตนขึ้นเป็นอิสระเพื่อปกครองอาณาจักรสุโขทัยของกลุ่มชน ซึ่งต่อมาเป็นบรรพบุรุษของคนไทยในปัจจุบันได้เริ่มปรากฏขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 18 และข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงการกำเนิดและอิทธิพลที่เข้ามาทำให้อาณาจักรสุโขทัยมีความผสมผสานหลากหลายวัฒนธรรมในภูมิภาคแห่งนี้ และที่สำคัญยังเป็นอาณาจักรแห่งแรกตามประวัติศาสตร์ชาติไทยนั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published.